สธ.เผยผู้ป่วยโควิดอายุน้อย ตายสูงขึ้น จบชีวิตเอง 1 ราย ห่วงคนติดเชื้อมีภาวะเครียด

สธ.เผยผู้ป่วยโควิดอายุน้อย ตายสูงขึ้น จบชีวิตเอง 1 ราย ห่วงคนติดเชื้อมีภาวะเครียด ขอรักษาสุขภาพ ยิ้มสู้สถานการณ์ มีปัญหาปรึกษาสายด่วน 1323

เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2564 นพ.เฉวตสรร นามวาท รักษาราชการ ผอ.กองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค แถลงข่าวสถานการณ์โรคโควิด-19 ว่า วันนี้ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 1,458 ราย เสียชีวิต 2 ราย จะเห็นภาพคนอายุน้อยเสียชีวิตในสัดส่วนสูงขึ้น แต่จุดตั้งต้นของการระบาดมาจากคนวัยหนุ่มสาววัยทำงานเกี่ยวข้องกับสถานบันเทิง

ดังนั้น วัยที่มีการติดเชื้อมากจึงเป็นกลุ่มอายุยังน้อยที่มีเปอร์เซ็นต์สูง ทั้งนี้ ผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 นอกจากมีความเจ็บปวดทางร่างกายแล้ว ก็ยังมีผลกระทบทางจิตใจ มีความกดดันทางจิตใจด้วย ซึ่งขณะนี้มีรายงานว่าผู้ติดเชื้อโควิดฆ่าตัวตายเข้ามา 1 ราย หากได้ข้อสรุปที่เรียบร้อยแล้วก็จะมีการรายงานต่อประชาชนต่อไป

นพ.เฉวตสรร กล่าวต่อว่า สำหรับการติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูง เขตสุขภาพที่ 6 ระลอก เม.ย. วันที่ 1-20 เม.ย. ส่งตรวจ 16,876 ราย ตรวจเจอเชื้อ 732 ราย คิดเป็น 4.34% จึงยังคอยจับตาดูความรุนแรง สำหรับการรวมกลุ่มที่ทำงานเป็นความเสี่ยง อย่างกรณีโรงงาน จ.ฉะเชิงเทรา มีกิจกรรมรดน้ำสงกรานต์ พบการติดเชื้อ 17 ราย ดังนั้น สถานประกอบการไม่ควรมีการรวมตัวกัน งดหรือหลีกเลี่ยงการสังสรรค์รับประทานอาหารร่วมกัน

ด้าน นพ.ปราการ ถมยางกูร ที่ปรึกษากรมการแพทย์ กล่าวว่า การระบาดของโรคโควิดทำให้คนมีความกังวลเพราะกลัวว่าตัวเองจะติดโรคหรือไม่ คนใกล้ตัวจะติดโรคหรือไม่ ซึ่งเมื่อกังวลมากๆ ก็จะกลายเป็นความเครียด และทำให้เกิดความโกรธแค้นต่อสิ่งต่างๆ โกรธคนแพร่เชื้อ โกรธระบบบริการ โกรธในเรื่องต่างๆ รวมไปถึงการโกรธและการรังเกียจเรื่องเชื้อชาติ เหมือนที่ปรากฏเป็นข่าวคนเอเชียทุกทำร้ายร่างกายในหลายๆ ประเทศ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม บางคนกลัว เครียดจนไม่กล้าออกไปข้างนอก ไม่ทำอะไรเลยก็มี

นพ.ปราการ ถมยางกูร

ทั้งนี้ วิธีสังเกตว่าตัวเราหรือคนใกล้ชิดมีความเครียดเกินไปหรือไม่นั้นสังเกตได้จากหัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น เหงื่อออกง่าย ปวดหัว ความคิด จิตใจไม่แจ่มใส ดังนั้น วิธีที่จะช่วยให้คลายเครียดคือการไม่เสพข่าวสารมากเกินไป ออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายผ่อนคลาย ทำกิจกรรมอื่นๆ เช่น ดูหนัง ฟังเพลง ร่วมกับการป้องกันตัวเองเพื่อให้ปลอดจากโรค คือการสวมหน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่าง และล้างมือบ่อย ซึ่งเมื่อเราป้องกันตัวเองดีจะทำให้ปลอดภัยจากสถานการณ์ก็จะไม่เครียดเกินไป หรือถ้าไม่รู้จะพูดหรือคุยกับใครสามารถปรึกษาสายด่วน 1323 ได้

“ถ้าเราเกิดติดเชื้อ หรือคนใกล้ชิดเราติดเชื้อ อันดับแรกคือต้องตั้งสติ โรคนี้สามารถรักษาให้หายได้ เพราะฉะนั้นต้องมีสติ จากนั้นก็ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่าง เป็นไปตามสเต็ปซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับโรค และวิธีปฏิบัติตัว รวมถึงหน่วยงานที่เราสามารถติดต่อได้นั้น เราสามารถเตรียมตัวเอาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ได้ เมื่อเกิดการติดเชื้อหรือคนใกล้ชิดเราติดเชื้อจะได้ไม่ตื่นตระหนก หรือเครียดเกินไป”

นพ.ปราการ กล่าวอีกว่า โรคไวรัสนอกจากทำลายสุขภาพกายแล้วยังมีผลต่อสุขภาพใจด้วย ดังนั้นจึงอยากรณรงค์ให้ทุกคนรักษาสุขภาพให้แข็งแรง ยิ้มให้กันเข้าไว้ ยิ้มสู้กับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้แล้วผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน