เผยลางร้าย ยายฝันมีคนมาเอาชีวิต ก่อนจมคลองดับ 3 ศพ พร้อมหลาน

เผยลางร้าย ยายฝันมีคนมาเอาชีวิต ก่อนจมคลองดับ 3 ศพ พร้อมหลาน ครอบครัวเศร้าหนัก พระเผย คลองสายดังกล่าว เคยมีคนจมน้ำเสียชีวิต 2 ศพก่อนหน้านี้

กรณีเจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุคนจมน้ำเสียชีวิต 3 คน ในคลองชลประทาน บ้านหนาด หมู่ 3 ต.เหนือ อ.เมืองกาฬสินธุ์ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 21 เม.ย. ที่ผ่านมา ก่อนะช่วยกันงมศพ 3 ยายหลานขึ้นมาได้ หลังยายกับหลาน พากันออกมาเลี้ยงวัวแล้วหลานลงเล่นน้ำแต่จมหาย ผู้เป็นยายเห็นจึงลงไปช่วย สุดท้ายจมน้ำพร้อมกัน 3 ศพ ท่ามกลางความโศกเศร้าของญาติและเพื่อนบ้านที่มาช่วยกันงมหาศพ

ล่าสุดเมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 22 เม.ย.64 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศงานศพทั้ง 3 คน ญาตินำมาตั้งบำเพ็ญกุศลเรียงกันในศาลาพักศพวัดบ้านหนาด หมู่ 3 ต.เหนือ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ หลังเจ้าหน้าที่ร่วมกันชันสูตรพบว่าสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากการขาดอากาศหายใจ ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของครอบครัว โดยเฉพาะครอบครัวนางอนัญญา (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี แม่ของ เด็กชายเอ (ที่เสียชีวิต) ที่ร้องไห้อยู่ตลอดเวลา เพราะยังทำใจไม่ได้ที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปพร้อมกัน 3 คน ทั้งผู้เป็นแม่ ลูกชาย และหลานสาว

นางอนัญญา กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุวานนี้ นางสมบัติ (สงวนนามสกุล) ผู้เป็นยายนอนหลับตอนกลางวัน จู่ๆก็สะดุ้งตื่น พร้อมร้องเอะอะโวยวาย บอกว่าฝันร้ายจะมีคนมาเอาชีวิต ก่อนเกิดเหตุร้ายกลายเป็นศพจมน้ำพร้อมหลาน 2 คน ทั้งนี้ ที่ผ่านมาทราบว่ายายว่ายน้ำไม่เป็น และเพิ่งจะพาหลานลงเล่นน้ำคลองได้ 2 วัน เพราะตนเพิ่งสังเกตเห็นเสื้อผ้าลูกเปียกน้ำเมื่อวันก่อนเกิดเหตุ 1 วัน ก่อนจะเกิดเหตุร้ายเมื่อวานนี้

ทั้งนี้ คงจะเป็นเพราะอากาศร้อน จึงให้หลานลงเล่นน้ำ โดยใช้เชือกผูกไว้ เนื่องจากน้ำลึกและกระแสน้ำพัดแรง คาดว่ายายเห็นหลานกำลังจะจมน้ำจึงลงไปช่วยก่อนพัดเอาร่างทั้ง 3 คนจมน้ำเสียชีวิตดังกล่าว

โดยจะตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่วัดถึงวันที่ 24 เม.ย.64 ก็จะนำไปฝังตามประเพณี อย่างไรก็ตามอยากให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์กับทุกคน โดยเฉพาะคนชราและเด็กอย่าลงเล่นน้ำคลองโดยเด็ดขาด เพราะอาจพลั้งพลาดจมน้ำเสียชีวิตเหมือนยายกับหลานดังกล่าว

ด้าน หลวงพ่อบุญเรือง กิตฺติโน พระลูกวัดบ้านหนาด กล่าวว่า คลองส่งน้ำสายดังกล่าว เมื่อปี 2 ปีที่ผ่านมาเคยมีคนในหมู่บ้านจมน้ำเสียชีวิตแล้ว 2 ราย ก่อนที่จะมาเกิดเหตุสลดยายกับหลานเสียชีวิตพร้อมกัน 3 ศพ รวมเป็น 5 ศพ

ทั้งนี้ ชาวบ้านเชื่อกันว่านอกจากจะเป็นอุบัติเหตุแล้ว ยังมีความเชื่อว่าเป็นอาถรรพ์อีกด้วย ซึ่งจะมีการประกอบพิธีแก้เคล็ดตามความเชื่อของชาวบ้าน และอีกประการหนึ่งที่พูดกันมากคือ จากการที่ทางวัดได้สร้างศาลาพักศพใหม่ ซึ่งกำลังจะแล้วเสร็จ ก็มาเกิดเหตุการณ์ยายกับหลานเสียชีวิตดังกล่าว จึงเชื่อว่าอาจจะเป็นอาถรรพ์การสร้างศาลาพักศพใหม่

ทั้งนี้ ทางวัดและชาวบ้าน จะได้ปรึกษาหารือกันเพื่อทำบุญหมู่บ้านแก้อาถรรพ์ ทั้งนี้เพื่อสร้างขวัญ กำลังใจ และความสบายใจของชาวบ้านทุกคน

จากการสอบถาม นางบาง จำเริญพิมพ์ อายุ 66 ปี เพื่อนบ้านของนางสมบัติ เล่าว่า บริเวณเกิดเหตุริมคลองชลประทาน นางสมบัติจะพาวัวมาเลี้ยงกินหญ้าเป็นประจำ ซึ่งก่อนวันเกิดเหตุ 1 วันก็นำวัวมาเลี้ยง และให้หลานชายและหลานสาวลงเล่นน้ำในคลอง แต่ได้ใช้เชือกผูกตัวหลานไว้ทั้งสองคนและผูกกับกอหญ้าไว้เพื่อป้องกันน้ำไหลและจมน้ำ

ในวันเกิดเหตุเห็นนางสมบัตินำวัวมาเลี้ยงเช่นเคย โดยมีหลานสาวและหลานชายลงเล่นน้ำ มีการผูกเชือกเหมือนเดิม แต่เชือกที่ผูกกับกอหญ้าหลุด ทำให้หลานทั้งสองคนถูกกระแสน้ำพัดจมลงไป ซึ่งคาดว่านางสมบัติผู้เป็นยายเห็นหลานกำลังจมน้ำจึงรีบลงไปช่วย แต่ไม่สามารถช่วยได้ เนื่องจากน้ำค่อนข้างลึกกว่า 2 เมตร และมีวัชพืชอยู่ได้น้ำ ประกอบกับอายุมาก จึงทำให้เกิดเหตุการณ์สลดใจทั้งสามคนจมน้ำเสียชีวิตพร้อมกัน

ขณะที่ ร.ต.ท.จิรายุ วงศ์วิวัฒน์ ร้อยเวร สภ.เมืองกาฬสินธุ์ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี กล่าวว่า หลังได้รับแจ้งเจ้าหน้าที่ช่วยกันนำศพทั้ง 3 คนขึ้นมาจากน้ำ ก่อนที่จะร่วมกันชันสูตรกับแพทย์พบว่าตามร่างกายทั้ง 3 รายไม่มีบาดแผลจากการถูกทำร้าย สาเหตุเกิดจากการจมน้ำและขาดอากาศหายใจเสียชีวิต ซึ่งญาติไม่ติดใจเจ้าหน้าที่จึงมอบศพให้นำกลับไปบำเพ็ญกุศลแล้ว