รันทด! พ่อขอฮึดสู้ ลำบากจนลูกชวนทำเรื่องเศร้า บ้านถูกยึด-โดนปลอมชื่อค้ำรถ

สุดรันทด! 4 ชีวิตถึงทางตัน พ่อเปิดใจ ลูกชวนทำเรื่องเศร้า หนุ่มทำสวนเครียดบ้านจะถูกยึด เป็นหนี้อีก 4 แสน แถมยังโดนปลอมชื่อค้ำประกันรถ มีเงินติดตัวไม่ถึง 100 บาท

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 22 เม.ย.64 ที่ทำการ ผู้ใหญ่บ้านเลขที่ 45 หมู่ที่ 9 ต.บางมะพร้าว อ.หลังสวน จ.ชุมพร นายสามารถ รอดวิจิตร ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 9 ต.บางมะพร้าว อ.หลังสวน จ.ชุมพร ได้รับแจ้งจากลูกบ้านว่า มีครอบครัวที่กำลังลำบากยากจนมาก อีกทั้งกำลังโดนมรสุมลูกใหญ่ถาโถมเข้าสู่ ครอบครัวดังกล่าว ลูกได้ชวนพ่อหนีปัญหา จึงเดินทางไปพบเพื่อขอทราบรายละเอียด นายสามารถ นำไปพบกับ นางนวลศรี อายุ 67 ปี ชาวต.บางมะพร้าว อ.หลังสวน จ.ชุมพร ซึ่งเป็นร้านค้าภายในหมู่บ้าน สอบถามรายละเอียด เบื้องต้น นายสามารถ และ นางนวลศรี ช่วยกันเล่า เรื่องครอบครัวนี้ ว่า

เมื่อช่วง 1 ปีที่ผ่านมา นายสุชล อายุ 48 ปี อาชีพ รับจ้างทำสวน ชาว ต.บางมะพร้าว มาปรึกษาว่า ภรรยาของตนเองป่วยและเสียชีวิต ที่รพ.หลังสวน นำศพกลับมาที่บ้าน แต่ไม่มีเงินในการจัดพิธีบำเพ็ญกุศลศพ จึงขออนุญาตผู้ใหญ่บ้าน เพื่อฝังศพภรรยา โดยไม่ต้องทำพิธีทางศาสนาได้หรือไม่ นายสามารถ ผู้ใหญาบ้านบอกว่า ไม่อนุญาต ถ้าฝังศพภรรยาโดยพลการจะจับกุมดำเนินคดี นางนวลศรีทราบเรื่องจึงรวบรวมเงิน ทำพิธีศพให้ ชาวบ้านในตำบลทราบข่าวจึงมาช่วยกันบำเพ็ญกุศลศพ หลังจากเผาศพมีเงินเหลือจำนวนหนึ่ง

ครอบครัวนายสุชล ซึ่งมีลูก3 คน เป็น ชาย1 คน และหญิง 2 คน หญิงคนโต อายุ 16 ปี เรียนหนังสือระดับ ปวช.ที่วิทยาลัยการอาชีพแห่งหนึ่ง คนกลาง อายุ 15 ปี เสียสละให้พี่สาวและน้องเรียนหนังสือ ส่วนตัวออกมาทำสวน และหญิงคนสุดท้อง อายุ 9 ปี เรียนชั้นป.3

ทั้งครอบครัวไม่มีที่ดินหรือบ้านเป็นของตนเอง มีฐานะยากจนมาก อดมื้อกินมื้อ ทั้ง 4 คนพ่อลูก ในขณะที่มีชายชราใจบุญในหมู่บ้าน ทราบเรื่องได้บริจาคที่ดินบนภูเขาสูง ให้ครอบครัวนี้ 2ไร่ 40 ตารางวา เพื่อ ปลูกทุเรียน และ นายสันต์ ฉิมหาด นายก อบต.บางมะพร้าว ประสานอำเภอหลังสวน ได้งบประมาณ 20,000 บาท สร้างบ้านหลังเล็กๆมีห้องเดียว ให้ พ่อลูก 4 คน อาศัยอยู่ โดยเจ้าของที่ดินทำเรื่องโอนที่ดินให้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

แต่เมื่อ10 เดือน ที่ผ่านมา มีหนังสือ จากสำนักงานบังคับคดี หลังสวน จ.ชุมพร ว่าได้ยึดที่ดินของนายสุชล ที่รับบริจาคมาสร้างบ้าน และ ยึดบ้านที่ปลูกบนที่ดินดังกล่าวด้วย เพื่อนำไปขายทอดตลาด ในหนังสือ บอกว่านายสุชลเป็นหนี้ บริษัทลิชซิ่ง จำนวน 4 แสนกว่าบาท และเจ้าหนี้ได้อาศัยคำพิพากษาของศาล ให้ยึดบ้านและที่ดิน ที่เป็นชื่อนายสุชล เพื่อขายทอดตลาด โดยกำหนดขายในวันที่ 13 พค.64 นายสุชลนำหนังสือให้ลูกอ่านให้ฟัง ถึงกับเป็นลม เนื่องจากไม่เคยไปขอกู้เงิน หรือค้ำประกันอะไรให้ใครเลย

จึงออกสอบถามจาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจนได้การว่า เมื่อ 9 ปีที่แล้ว มีคนสนิทในครอบครัวของนายสุชลไปขอเช่าซื้อรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า และกู้เงินจาก บ.ลิซซิ่ง สาขาหนึ่ง ในจ.ชุมพร โดยมีหลักฐานบัตรประชาชน และลายมือชื่อของนายสุชล เป็นผู้ค้ำประกัน

ต่อมาทราบเพียงแต่ คนสนิทออกรถกระบะคันใหม่ และไปเกิดอุบัติเหตุจนรถพังเสียหาย จนกระทั่งมาทราบว่า คนสนิทที่ไปซื้อรถไม่เคยผ่อนชำระเลย จนกระทั่งเวลาผ่านไป บริษัทลิซซิ่งยื่นฟ้องศาล ให้ผู้ซื้อและผู้ค้ำชำระหนี้ โดยที่นายสุชลไม่เคยได้รับหมายศาล เพราะที่อยู่ตามทะเบียนบ้านเป็นบ้านของคนสนิท

ต่อมาศาลจึงตัดสินให้ นายสุชลชดใช้หนี้ จำนวน 4 แสนกว่าบาท แทนผู้ซื้อ และนำมาสู่การยึดบ้านที่ดินเพื่อขายทอดตลาด นายสุชลเมื่อทราบเรื่องได้พยายามวิ่งขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ แต่ทุกหน่วยงานบอกว่า เรื่องหมดอายุความที่จะอุทธรณ์หรือแก้ไขทางกฎหมายแล้ว เหลือแต่เพียงต้องไปประมูลซื้อบ้านที่ดินคืนจาก สนง.บังคับคดีหลังสวน ในวันที่ 13 พค.64 เท่านั้น แต่นายสุชลก็จนปัญญาเพราะมียอดหนี้สูง ถึง 4 แสนกว่าบาท และไม่รู้ว่า จะต้องประมูลเท่าไหร่ ในเวลานี้มีเงินในชีวิตเพียงไม่ถึง 100 บาท

ผู้สื่อข่าวประสานงานไปยัง สภาทนายความจังหวัดหลังสวน พบนายสุวิทย์ พลานชุน ประธานสภาทนายความจังหวัดหลังสวน พร้อมทั้งนำตัวนายสุชลไปพบ เมื่อได้ดูรายละเอียด

นายสุวิทย์ บอกว่า ในทางกฎหมายในคดีค้ำประกันไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว เพราะ เลยกำหนดที่จะขอแก้ไขคดี ที่สามารถยกข้อต่อสู้ได้ว่าไม่ใช่บุคคลที่ค้ำประกันตามสัญญา คงต้องไปต่อสู้ในการประมูลซื้อบ้านที่ดินคืนเท่านั้น นายสุชลถึงกับคอตก น้ำตาคลอเบ้า

นายสุชล ยังเล่าให้ฟังว่า เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ลูกสาวคนสุดท้องอายุ 9 ขวบ ซึ่งรับทราบปัญหาของครอบครัวมาตลอดชีวิต ตั้งแต่จำความได้ เป็นเด็กที่ไม่เคยมีความสนุกสนาน หน้าตาเศร้าหมองตลอดเวลา ได้เข้ามาพูดกับ ผู้เป็นพ่อ ว่าอยากพ้นจากความลำบาก ด้วยการจบชีวิต

ทำเอานายสุชล ถึงกับตกใจ บอกกับลูกว่า “อย่ายอมแพ้ อย่าท้อถอย ยังมีหนทางที่จะต่อสู้ได้”

ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ ด.ญ.เล็ก (นามสมมุติ) ก็ได้รับคำตอบว่าไม่อยากเห็นบ้านที่ดินถูกยึด ถ้าตายไปอาจจะเกิดมาสบายกว่านี้ ถ้าบ้านไม่ถูกยึด โตขึ้นอยากเป็นอะไร ด.ญ.เล็กบอกว่า อยากเป็นตำรวจ แต่ตอนนี้ไม่อยากให้บ้านถูกยึด จะได้มีที่อยู่ ไว้เรียนหนังสือ

นางนวลศรี บอกว่า เด็กหญิงคนนี้เป็นเด็กที่เรียนเก่งขยันและ รักพ่อและพี่น้องมาก ส่วนท่านผู้ใจบุญอยากช่วยเหลือ เด็กหญิง 9 ขวบและ ครอบครัวนี้สามารถช่วยได้ที่ บัญชี ธ.ออมสิน เลขที่ 020090458918 ชื่อบัญชี ดช.อภิเชษฐ์ ฤทธิรุตน์ อายุ 15 ปี ลูกชายคนกลาง ซึ่งผู้เป็นพ่อไม่สามารถใช้บัญชีตนได้เนื่องจากจะถูกอายัด แต่จะได้นำเงินไปประมูลซื้อบ้านที่ดินกลับคืนมา ซึ่งคาดว่าใช้เงินไม่น่าเกิน 2 แสน บาท เนื่องจากมูลค่าบ้านและที่ดิน ราคาเพียง 2 แสนบาท เท่านั้น