งานเข้าเต็มๆ ผู้การนนทบุรีสั่งเอาผิด 2 ข้อหา หนุ่มนักรบสปาร์ตัน โผล่ห้าแยกปากเกร็ด

งานเข้าเต็มๆ ผู้การนนทบุรีสั่งเอาผิด 2 ข้อหา หนุ่มนักรบสปาร์ตัน โผล่ห้าแยกปากเกร็ด ฐานก่อความเดือดร้อนรำคาญและไม่สวมหมวกกันน็อก โดยยังไม่ทราบพฤติกรรมที่แน่ชัด

จากเหตุกาณ์ที่หนุ่มนิรนามรายหนึ่ง แต่งกายด้วยเกราะชุดนักรบโรมันสปาร์ตัน ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดติดสัญญานไฟจราจร บริเวณห้าแยกปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ระหว่างที่รถรอติดสัญญาณไฟจราจร นักรบหนุ่มสปาร์ตันคนดังกล่าวได้จอดรถจยย.แล้วเดินไปมาบนทางม้าลาย พร้อมชูอาวุธหอกเทียม แสดงสัญลักษณ์ไปมาประมาณ 30 วินาที พอสัญญาณไฟเขียวก็ได้ขี่รถจยย. มุ่งหน้าไปทางถนนท่าน้ำปากเกร็ด ท่ามกลางความมึนงงของผู้ใช้รถใช้ถนนที่จอดรอสัญญานในเวลาดังกล่าว จนกลายเป็นที่ฮือฮาในโลกโซเซียลว่าชายหนุ่มคนดังกล่าวเป็นใคร ตามที่เคยเสนอข่าวไปแล้วนั้น

สำหรับความคืบหน้า เมื่อวันที่ 22 เม.ย.64 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณถนนแจ้งวัฒนะฝั่งขาออก บริเวณห้าแยกปากเกร็ด มุ่งหน้าเข้าท่าน้ำปากเกร็ด สอบถามนายโอ๋ นามสมมุติ อายุ 43 ปี ผู้จัดการร้านขายรถจยย. ซึ่งเห็นเหตุการณ์ เล่าว่า เมื่อเวลา16.00. น. วันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา ขณะตนและลูกน้องอยู่บริเวณหน้าร้าน เห็นชายคนดังกล่าวขับรถจยย.ยี่ห้อยามาฮ่า สีขาวม่วง มาจอดใกล้จุดกลับรถ จากนั้นสวมหมวกนักรบ โดยแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว

จากนั้นยกมือส่งสัญญาณให้ชายอีกหนึ่งคนที่ตั้งกล้องเตรียมถ่ายอยู่บริเวณสี่แยก ก่อนที่ชายในชุดนักรบสปาร์ตันจะขี่รถจยย.ออกไปติดไฟแดงและลงจากรถจยย.มา ควงหอกที่ถืออยู่ในมือ ซึ่งตนกับลูกน้องยังยืนมองและขำกันอยู่เลย คิดว่านักรบคนดังกล่าวคงไม่ใช่คนสติไม่ดี น่าจะมาถ่ายทำรายการอะไรสักอย่าง เพราะดูตลกดี ไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใคร แต่ถ้าเป็นคนสติไม่ดีอาจจะมีไปทำร้ายคนที่ขับรถผ่านไปมาได้เหมือนกัน ถ้ามาถ่ายทำอะไรกันน่าจะขออนุญาตให้ถูกต้อง ก็ไม่น่าจะมีปัญหา ซึ่งตั้งแต่ตนเปิดร้านขายรถจยย.มา ก็ไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อน เพิ่งเห็นครั้งแรก

ด้าน พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี กล่าวว่า จากคลิปเหตุการณ์ที่ปรากฏตามสื่อต่างๆนั้น ถือว่าบุคคลในภาพทำผิดกฏหมายจราจร ในลักษณะก่อความเดือดร้อนรำคาญและไม่สวมหมวกกันน็อก โดยยังไม่ทราบพฤติกรรมที่แน่ชัดว่า มาถ่ายทำรายการหรือโฆษณาอะไร เพราะไม่ได้ประสานขออนุญาตจากทางหน่วยงานในพื้นที่ให้ถูกต้อง ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการตรวจสอบชายหนุ่มในชุดนักรบคนดังกล่าวมาสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามความผิดพ.ร.บ.จราจรต่อไป