หมอเพจดัง ไม่เห็นด้วย แถลงการณ์ ‘บิ๊กตู่’ ชี้ตอนนี้สถานการณ์แย่ ต้องล็อกดาวน์-เคอร์ฟิว

หมอเพจดัง ไม่เห็นด้วย แถลงการณ์ ‘บิ๊กตู่’ ชี้ตอนนี้สถานการณ์ย่ำแย่ จำเป็นต้องล็อกดาวน์ เคอร์ฟิว หรือปิดสถานที่ให้เข้มงวด เพื่อควบคุมการระบาด

หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจฯ (ทรท.) เรื่องแผนบริหารสถานการณ์โควิด-19 การจัดหาวัคซีน และความพร้อมการดูแลรักษาผู้ป่วย เมื่อเวลา 21.00 น. ที่ผ่านมา

เพจ เข็นเด็กขึ้นภูเขา โดย ‘หมอมินบานเย็น’ หรือ คุณหมอ ‘เบญจพร ตันตสูติ’ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น แสดงความคิดเห็นต่อแถลงการณ์ดังกล่าว ความว่า #จดหมายเปิดผนึกถึงท่านนายกฯ
(ความรู้สึกหลังฟังแถลงการณ์ท่านนายกฯ)

วันนี้ท่านนายกฯ พูดช้าและชัดเจน ฟังเข้าใจดีค่ะ แต่ดิฉันขออนุญาตไม่เห็นด้วยกับแถลงการณ์ของท่าน ด้วยความเคารพ ส่วนตัวดิฉันไม่เชื่อว่าการที่ไม่ใช้กฎหมายบังคับ จะทำให้ทุกคนในประเทศสามารถควบคุมพฤติกรรม มีความรับผิดชอบ หรือล็อคดาวน์ตัวเองได้

ดิฉันเชื่อว่าคนส่วนใหญ่มีความรับผิดชอบล็อกดาวน์ตัวเองได้ แต่คนที่ไม่ทำก็จะยังไม่ทำ มีการแพร่เชื้อและรับเชื้อกันไปเรื่อยๆ การที่ท่านนายกฯ ไม่ประกาศมาตรการที่ชัดเจน โดยมอบหมายความรับผิดชอบให้แต่ละคนควบคุมตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นประชาชนแต่ละคนหรือจังหวัดแต่ละจังหวัด ดูแลกันเอง สิ่งที่ตามมาก็คือ คนที่ควบคุมตัวเองได้ก็ดี แต่คนที่ไม่ทำ เขาจะทำให้คนที่ทำดีได้รับผลกระทบไปด้วย ซึ่งตรงนั้นดิฉันถือว่า คนที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง คือท่านนายกฯ ผู้มีอำนาจสูงสุดของประเทศไทย

คิดว่าท่านนายกฯ คงจะกังวลผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ตามมา เป็นห่วงประชาชนที่จะต้องได้รับผลกระทบ แต่ดิฉันเห็นว่า ตอนนี้สถานการณ์ย่ำแย่มากอยู่แล้ว การประกาศเคอร์ฟิว ล็อคดาวน์ ปิดสถานที่ต่างๆ ให้เข้มงวด มีความจำเป็นในการควบคุมคนติดเชื้อไม่ให้มากขึ้นกว่านี้ อาจจะทำในระยะสั้น เพื่อควบคุมการระบาดในช่วงนี้ ซึ่งก็เป็นที่ทราบกันดีว่า ระบบสาธารณสุขกำลังมีปัญหาหนัก ถ้ามองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามความจริงที่เห็นและเป็นอยู่

ดิฉันคิดถึงกรณีของเด็กนักเรียนในโรงเรียนที่ถูกเพื่อนแกล้ง เวลาเด็กไปขอความช่วยเหลือครูว่ามีเพื่อนแกล้ง แล้วครูบอกว่า นี่มันเป็นหน้าที่ของแต่ละคนที่ต้องแก้ปัญหากันเอง เด็กๆ ต้องรับผิดชอบ มีความตระหนักเห็นอกเห็นใจกันเอง ครูคงไม่จัดการอะไรมาก ฉันใดก็ฉันนั้น บางทีเด็กที่แกล้งเพื่อนก็ยังคงแกล้งต่อไป เด็กที่ทำดีถูกแกล้ง ก็ขาดกำลังใจ สิ้นหวัง

ดิฉันเข้าใจดีว่าท่านนายกฯ มีความเครียดและเหน็ดเหนื่อย และสถานการณ์ช่วงนี้หนักหนา แน่นอนว่าทุกอย่างควรต้องกระทำด้วยการไตร่ตรองอย่างรอบด้าน แต่ต้องทำด้วยความรวดเร็วเร่งด่วนเช่นกัน เพราะสิ่งที่เรากำลังเผชิญหน้าคือเชื้อโรคร้ายที่มองไม่เห็น แต่มันมีตัวตนอยู่จริง
ด้วยจิตคารวะและความเคารพ ดิฉันไม่ได้มีเจตนาใดๆ ไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆ ทางการเมืองแอบแฝง แต่จากจิตใจที่เป็นห่วงประเทศชาติ

หมายเหตุ: ดิฉันเขียนบทความนี้ในฐานะส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับใครหรือองค์กรใดๆ ที่ดิฉันเกี่ยวข้องด้วย และขอรับผิดชอบในการเขียนทั้งหมดนี้ด้วยตัวของดิฉันเอง